วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Special Part Happy Halloween

Special Part Happy Halloween
Date :: 31-10-2015
----------------------------------------------------------------



“Trick or Treat”

“...” ผมเอียงคอมองหน้าของพี่ติสอย่างงงๆกับคำพูดของเขา ร่างสูงก้มลงมาจูบก่อนจะผละออกไปอีกครั้ง

“จะให้พี่หลอก หรือจะให้พี่กินดีครับเด็กน้อย”

“อ่า..แต่ผมไม่มีขนม..” พอเข้าใจในความหมายที่สื่อผมก็เอ่ยบอกเสียงเล็กเสียงน้อย ก็รู้อยู่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมให้พี่ติสหลอกแน่นอน แต่จะให้ขนมอะไรกับพี่ติสเนี้ยสิ

“มีสิครับ ก็..ตัวเรานี้ไง

“...” รู้ตัวเลยว่าหน้าตัวเองตอนนี้ต้องแดงมากแน่ๆ และรู้สึกได้ว่ามือหนาที่เลื่อนมาลูบตรงรอยค้างคาวที่เจ้าตัวเป็นคนวาดแล้วมันก็ทำให้ผมเสียววูบวาบไปทั่วตัวแบบนี้

“ว่ายังไงครับ” พี่ติสถามย้ำพร้อมก้มลงมาหอมแก้มของผม

“...”

“...Treat

..
..





สิ้นเสียงตอบรับ ริมฝีปากที่อยู่ไม่ห่างก็กดลงมาอย่างทันที สร้างสัมผัสที่หอมหวานราวกับช็อกโกแลตในคืนแห่งการหลอกหลอน มือหนาที่ลูบไล้ไปทั่วกายสร้างสัมผัสวาบหวาม เสื้อแจ็คเก็ตที่ถูกถอดออกพร้อมทั้งเสื้อยืดตัวน้อยที่ถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็วเพราะความต้องการที่สูงขึ้น

“แฮ่ก..” กายหนาผละออกไปเพียงชั่วครู่เพื่อถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยที่ผมเองก็ยันตัวขึ้นมาช่วยปลดเข็มขัดให้แม้ว่าตัวเองจะหอบหายใจหนักจากจูบมาราธอนที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงสัมผัสกันและกันอยู่

ร่างกายที่เปลือยเปล่าของพี่ติสทำให้ผมเสหลบสายตาเจ้าเล่ห์ของคนตัวสูงที่ก้มมองอยู่อย่างเขินอาย แต่ก็ถูกมือหนาเชยคางมนให้หันกลับไปสบตา

“ควีนตัวน้อยของพี่”

“พี่ติส..คนบ้า..” ได้แต่เรียกชื่อของอีกฝ่ายด้วยความอายที่มากมายเกินกว่าจะกล้าสบตา

ร่างสูงทำเพียงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี แล้วจัดการปลดเปลื้องกางเกงสีแดงตัวน้อยของผมออกไป ก่อนจะส่งมือมาสัมผัสกายของผมเพื่อเล้าโลมและสร้างอารมณ์รัก เขารูดเอาชิ้นส่วนสุดท้ายที่ปกปิดกายเล็กออกไปอย่างช้าๆ และมันทำให้ผมใจสั่นสุดๆ

“อ๊ะ...อื้อออ” เสียงครางหวานดังระงมทันทีเมื่อกายเล็กถูกความอุ่นร้อนจากลิ้นสากลากวนตามความยาวพร้อมนิ้วมือที่เลื่อนมาเขี่ยยอดอกที่แอ่นรับสัมผัสอย่างจำยอม

แม้ว่าความเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะทำงานอยู่ก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ช่วยดับอารมณ์ร้อนแรงของพวกเขาทั้งคู่ได้เลย สองกายกอดก่ายรักใคร่กันพร้อมกับหยาดเหงื่อ ร่างสูงใช้เข่าดันให้สองขาเล็กขยับอ้าออกเผยทุกสัดส่วนของน้องที่ตัวแดงระเรื่อให้เห็น 

ร่างกายที่สวยงาม ร่างกายที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

กดจูบลงตำแหน่งข้อเท้าเรียวเล็กของคนที่นอนอยู่ ไล่ขึ้นไปตามเรียวขาขาวเนียนอย่างหลงใหลจนถึงที่หมายที่ต้องการก็ส่งลิ้นเข้าไปหยอกล้อเรียกเสียงครางลั่นจากคนตัวเล็กได้ทันที

“พะ พี่ติส อื้อออ อย่า...มันสะ เสียว”

“พี่กำลังรับขนมจากเราอยู่ไงล่ะครับ ถ้าเสียวก็ร้องออกมานะ”

“อะ อื้อออออ” นิ้วเรียวสองนิ้วที่ส่งเข้าไปอย่างช้าๆพร้อมขยับลึกเข้าไปทำให้ร่างเล็กดิ้นพล่านอย่างทรมานทันที

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า!” หยาดน้ำแต่อารมณ์ทะลักออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องของทั้งสองคน ร่างสูงก้มลงเลียเก็บมันทุกหยาดหยดแล้วขยับตัวขึ้นไปกดจูบร่างเล็กอย่างร้อนแรง

สัมผัสอุ่นร้อนที่ใหญ่กว่าเดิมที่กำลังรุกล้ำเข้ามาทำให้ลาเต้ยกมือกอดร่างสูงของคนรักไว้แน่นอย่างกลัวว่าจะเจ็บแต่เพราะความเสียวที่ตามมาติดๆทำให้ต้องกรีดเล็บลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยเพื่อระบายอารมณ์

และเมื่อมันเข้าไปจนสุดแล้ว...

บทเพลงแห่งความรักในคืนวันฮาโลวีนก็เริ่มบรรเลง



กลับไปDek-D (มีต่ออีกนิดหน่อย) :: http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1368329&chapter=12


วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Somewhere, Only we know. II [แมทxมิวxโย] NC-100

พี่ว๊ากตัวร้าย กับนายปีหนึ่ง ::  Somewhere, Only we know. II [แมทxมิวxโย]
----------------------------------------------------------------------------






อย่าห้าม...”


“ไม่ให้กูห้ามได้ไง กูกำลังเสียเปรียบนะ!” ร้องโวยใส่แมททั้งที่หน้าแดงก่ำ มิวส่งยิ้มขำมาให้พร้อมส่ายหน้า จังหวะที่ผมจ้องแมทอย่างเอาเรื่อง มิวก็ฉวยโอกาสปลดกางเกงผมออกไปทันที อย่างที่ผมก็ร้องห้ามไม่ทัน


“มิว! ไอ้...ไอ้พวกบ้า!” ด่าได้เป็นด่าอ่ะตอนนี้ ผมยกมือปิดหน้าตัวเองแล้วขดตัวอย่างรู้สึกอับอายขั้นสุด ทั้งเนื้อตัวเหลือเพียงชั้นในตัวเดียว


เฮือก!


สัมผัสที่ปั้นท้ายทำให้ผมสะดุ้งแล้วหันไปมองคนที่จับมัน รอยยิ้มหื่นๆของสองผู้ล่าที่มองผมเหมือนเหยื่อที่รอเวลากระโจนใส่ ผมหลบสายตา ยอมให้มันสัมผัสแบบนั้นตามใจของพวกมันสองคน


เมื่อเห็นว่าผมโอนอ่อนแล้ว ทั้งสองก็ตะครุบกินเหยื่อทันที มิวจับปลายคางดันให้ผมหันหน้ารับจูบอ่อนโยนตามแบบฉบับนิสัยของเขาที่ใจเย็น เขาเริ่มลากนิ้วไปวนที่ยอดออกแบบลูบวนซ้ำๆจนมันตั้งขึ้น แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อแมทเข้ามาครอบครองมันด้วยริมฝีปาก ลิ้นร้อนตวัดเลีย ดูดดุนจนผมร้องอื้ออึ้งในลำคอเพราะมิวไม่ยอมถอนจูบออกไป


“อื้อ...แฮ่ก...” ผมเบี่ยงหน้าหนีเพื่อสูดอากาสหายใจ มิวจึงเปลี่ยนจากจูบมาซุกไซร์ซอกคอ ความรู้สึกจี๊ดๆตามหลังหู ซอกคอ ไล่ต่ำไปจากไห้ปลาร้า ผ่านหน้าอก จนมาถึงแอ่งสะดือ มิวสร้างรอยแดงเป็นจำๆไว้ตลอดทางที่เขาลากริมฝีปากผ่าน


“อ๊ะ...” ผมไม่รู้ว่าผมส่งสียงออกไปเป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว แต่มือหนาที่กำลังลูบผ่านกลางกายผมมันเรียกความเสียวซ่าน จนผมแอ่นอกขึ้นหอบหายใจ แมทค่อยๆดึงชั้นในผมลงจนส่วนที่กำลังตื่นตัวดีดออกมาจากขอบกางเกง ไม่ต้องรอให้ใครสั่งมือหนาของมิวสัมผัสมันทันทีพร้อมความชื่นแฉะที่ลากไปตามแนวยาวของมัน ผมถึงกับหวีดร้องอย่างสุขสม ปนทรมาน


“แม่งเอ้ย...ดีกว่าที่จินตนาการในทุกวันเสียอีก” แมทพึมพำขณะที่ละเลงลิ้นตรงแอ่งสะดือ ผมหอบหายใจแรงมากขึ้นตามความเร็วที่มิวสร้างความสุขให้


ไม่ได้อยากจะคิดลึก ว่าการที่แมทบอกพูดแบบนั้นคือการช่วยตัวเองโดยนึกถึงผม แต่มันก็หยุดความคิดตัวเองไม่ได้ในเมื่ออะไรๆของผมยิ่งตื่นตัว ยิ่งรู้สึกมากขึ้น จนในที่สุดมันก็ปลดปล่อยออกมา และมิวก็เป็นคนรับมันไปทั้งหมด


ผมหมดแรงนอนหอบสะท้านแผ่หลาอยู่บนเตียงระหว่างผู้ชายสองคนที่กำลังปลดกางเกงของตัวเองออกไปจากตัว และทันที่ที่ผู้ล่าไม่มีสิ่งใดปกปิด ความร้อนฉ่าก็ลามไปทั่วหน้าผมทันที


ไม่เห็นจำได้ว่ามัน...ขนาดนี้

.

.

.

“ใครก่อน” ผมเอ่ยถามแฝดน้องตัวเองที่กำลังก้มจูบเหยื่อในคืนนี้อีกครั้ง ยิ่งมองหน้าโยแล้วยิ่งรู้สึกมากกว่าเดิมจนอยากจะเข้าไปในตัวมันตั้งแต่ได้ยินเสียงมันร้องครางอย่างสุขสมนั่นแล้ว แต่ก็อดทนไว้เพราะไม่อยากให้มันเจ็บอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะงั้นครั้งนี้ทั้งผมและมิวก็พยายามที่จะเล้าโลมมันให้มากที่สุด


มิวถอนจูบจากโยแล้วหันมามองผมอย่างที่รู้ๆกัน มันยกยิ้มกวนใส่แล้วหันเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง หยิบหลอดเจลออกมาโยนใส่ผมแล้วหันกลับไปสนใจหน้าอกขาวๆของโยแทน แต่ก็เป็นอันรู้กันว่า...ผมก่อน


สองขาขาวที่กำลังเสียดสีกันเพราะแรงอารมณ์ถูกผมจับพาดไหล่ข้างหนึ่ง ช่องทางที่ปรากฏให้เห็นทำให้ผมถึงกับเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย ผมบีบเจลใส่นิ้วมือแล้วเลื่อนไปแตะตรงนั้น เหมือนโยจะยิ่งรู้สึกมากขึ้นเมื่อผมวนไปรอบๆมันก่อนจะค่อยๆสอดนิ้วแรกเข้าไป


“อื้ออออ!” เสียงร้องของโยดังทันที่ที่นิ้วผมสอดลึกสุดปลายนิ้วแล้วเหมือนมันจะไปถูกจุดกระตุ้นเข้า ร่างโปร่งขาวถึงได้ดิ้นชะงักแบบนี้ ผมเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วถึงได้เริ่มขยับนิ้วช้าๆ พร้อมกับค่อยๆเพิ่มนิ้วเข้าไปเรื่อยๆ


“แฮ่ก...แฮ่ก...” หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตรงหน้า หน้าอกที่เต็มไปด้วยรอยแดงเป็นจ้ำๆ รอยที่เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ ยิ่งสร้างความน่ามองมากขึ้น


“อ๊ะ..อ๊า!” โยร้องออกมาอีกครั้งหลังจากเสร็จเป็นรอบที่สองเพียงแค่นิ้ว ผมถอนนิ้วอออกมาแล้วแทนที่ด้วยอะไรที่ใหญ่กว่านั้น


“ดะ..เดี๋ยว...มันเจ็บ” โยร้องบอกเมื่อผมเริ่มดันเข้าไป ผมหันไปสบตากับมิว เหมือนมิวจะรู้ก็เริ่มเบี่ยงเบนความสนใจทันที เมื่อเห็นว่าโยเริ่มผ่อนคลาย ผมก็ดันไปเข้าไปจนสุดในรอบเดียว


“อ๊า!” โยผวากอดมิวไปแน่น มิวเองก็เลื่อนมือไปบีบเค้นตามตัวโยเรื่อยๆเมื่อปลอบประโลมที่ผมรุนแรงใส่ ก็ทำไงได้ผมไม่ไหวแล้วนี่ครับ


“อึก...อ๊ะ อ๊ะ” เสียงร้องกระท่อนกระแท่นของโย กับร่างโปร่งที่ขยับเคลื่อนไปตามแรงที่ผมสอดใส่ ใบหน้าที่สะบัดไปมาเพราะความเสียวซ่าน หยาดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ปลายหางตาที่ทำให้มิวก็เลื่อนมือไปเช็ดมัน


“ระ...แรงไป..อ๊ะ” โยร้องบอกพร้อมทั้งใช้มือข้างหนึ่งมาดันหน้าท้องผมไว้ ส่วนอีกมือก็ถูกมิวดึงไปช่วยลูบแก่นกายของมัน


“ซี้ด...แน่นฉิบหาย” ผมสบถออกมาเมื่อแรงตอดรัดเริ่มทำให้ผมแทบบ้า มีอะไรกับใครมาหลายครั้ง ผ่านสนามรบบนเตียงมาจนเชี่ยว แต่ไม่มีใครในถึงใจขนาดนี้จริงๆ


“มะ...ไม่ไหว...แล้ว” พอได้ยินแบบนั้นผมก็เร่งเครื่องตัวเองทันที จับสองขาพาดไหล่แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า แรงที่กระแทกเข้าเร็วขึ้นจนโยจิกเล็บลงไปที่ต้นแขนผมก่อนจะกรีดลงไปตามทางจนผมรู้สึกแสบ แต่มันก็ไม่เท่าอารมณ์ของผมกับโยตอนนี้หรอก


“อ๊า...” กดตัวลงไปเน้นๆที่สามสี่ครั้งก็ปล่อยเข้าในด้านในแบบที่โยก็กระตุกแล้วปล่อยออกมาเลอะหน้าท้องผม ผมถอดกายออกจากร่างขาวแล้วขยับออกห่างปล่อยขาขาวลงบนพื้นเตียงเบาๆ


“ตามึง” หันไปบอกมิวแล้วหมุนตัวเองเดินไปหยิบผ้าขนหนูจากตู้เสื้อผ้ามาพันช่วงเอวไว้ แล้วไปนั่งมองแฝดน้องที่เริ่มภารกิจต่อจากผม

.

.

.

ผมไม่ได้สนใจแมทเท่าไรตอนที่มันเดินห่างออกไป สิ่งที่น่าสนใจกว่าอะไรทั้งหมดตอนนี้คือร่างกายขาวที่กำลังแดงขึ้นอย่างเปล่งปลั่ง มันแดงระเรื่อเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาหนักๆ


“ถ้าอีกรอบ ไหวมั้ย...” ผมเลื่อนมือไปลูบแก้มของโยแล้วเอ่ยถามคนที่ปรือตามองผมอยู่ ริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะแรงจูบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเม้มแน่น ก่อนจะพยักหน้าให้ผม เรียกรอยยิ้มเอ็นดูได้ทันที


ถึงคนอื่นจะมองว่ามันปากร้าย นิสัยเกเร แต่ในสายตาผม มันน่ารักนะ...ความน่ารักที่ไม่ต้องปรุงแต่ง เป็นความน่ารักที่มันเองก็ไม่รู้ตัว


ผมจับให้โยนอนคว่ำลงหยิบหมอนมารองสะโพกอย่างที่โยก็ตัวอ่อนให้ผมจัดแจงท่าอย่างง่ายดาย หน้าที่แดงระเรื่อหันข้างมามองผมที่โน้มตัวลงไปจูบที่หลังคอ ทันทีที่แตะจูบแผ่วเบาลงไป โยถึงกับสั่นระริก ระทวยทันที


แม้แต่ไอ้แมทก็ไม่รู้หรอกครับว่าจุดอ่อนของโยคือหลังคอตรงท้ายทอย ผมยังคงจูบซับไปตามหัวไหล่ แผ่นหลัง ไล่ลงไปถึงถึงสะโพกขาว ก่อนจะใช้มือดันสองดันก้อนกลมแบะออกให้เป็นช่องทางที่เพิ่งผ่านการใช้งานมาสดๆร้อนๆกำลังขมิบรัวๆพร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นที่กำลังไล่เยิ้มออกมา


และเหมือนโยจะอายเพราะมันเลื่อนมือมาดึงมือผมออก


“อย่ามอง” ร้องห้ามผมเสียงเบาแล้วมุดหน้าหนี ผมยืดตัวไปขบเม้มติ่งหูแล้วลากนิ้ววนตรงช่องทางแล้วสอดนิ้วเข้าไปคว้านเอาน้ำของแฝดพี่ออกมา


“อ๊ะ อ๊า...” เสียงร้องของโยดังขึ้นเมื่ออารมณ์ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งผมวนนิ้วด้านในมากเท่าไร เสียงร้องก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ผมเหลือมองแมทที่นั่งมองอยู่ตรงมุมห้องก็เห็นมันกำลังรูดรั้งของตัวเอง


“ทนไปก่อนนะมึง หึหึ” ผมบอกมัน ก่อนจะได้คำด่าไร้เสียงกลับมา


“มิว...” เสียงเรียกของคนใต้ร่างเรียกให้ผมหันกลับมามอง โยกำผ้าปูเตียงแน่นแล้วเหลือบมองผมด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าต้องการมากแค่ไหน


“ว่าไง...” ผมแกล้งวนนิ้วอยู่ด้านในเนื้อนุ่มที่แรงตอดรัดมากขึ้นเรื่อยๆอย่างอ้อยอิ่ง โยกัดปากอย่างอดทน ก่อนจะเลื่อนมือมาดึงมือผมออกไป


“เข้ามาเถอะ...ไม่ไหวแล้ว” ผมยิ้มหื่นแล้วเปลี่ยนนิ้วเป็นของตัวเองแบบที่โยก็ได้แต่อ้าปากหอบทันที


กดตัวเองลงไปแบบรวดเดียวแล้วเริ่มขยับจากช้าๆเพื่อแกล้งโยจนกระทั้งโยเองนั้นแหละที่เริ่มคุมเกม ร่างโปร่งที่ขยับร่างกายเบียดกลับมาใส่ผม พร้อมทั้งความคับแน่นที่กำลังกลืนกินร่างกายผม


ผมก้มมองก้อนเนื้อขาวและช่องทางที่ผมกำลังขยับเข้าออกด้วยสายตาหื่นสุดๆ ก่อนจะหยุดลงแล้วดึงตัวโยขึ้นมานั่งซ้อนด้านหน้า


“อ๊ะ...ละ ลึกไป” โยร้องบอกทั้งที่กำลังขยับอยู่บนตักผม ผมลูบมือไปตามหน้าท้องแล้วเลื่อนขึ้นมาบดขยี้ตุ่มไตที่กำลังตั้งชูชัน โยหงายหน้าเริ่ดขึ้นทันที เปิดโอกาสให้แมทที่เหมือนจะทนดูไม่ไหวเข้ามาก้มจูบอีกครั้ง


“อื้อ อื้อ...แฮ่ก” เสียงร้องอย่างทรมานดังในลำคอ ก่อนที่โยจะเบี่ยงหน้าหนีจูบแล้วโน้มตัวไปยันตัวกับพื้นเตียงในท่าคลานเข่า ผมเองก็ขยับตามเข้าไปอย่างเต็มแรง


“เร่าร้อนเป็นบ้า” แมทพึมพำแล้วขยับมารั้งแก่นกายที่กำลังสั่นระริกของโย เรียกเสียงร้องครางดังลั่นอย่างที่ผมก็คิดว่าข้างบ้านอาจจะได้ยิน


“ระ...เร็วอีก...จะ จะถึงแล้ว” ผมขยับรับทันทีอย่างรวดเร็ว เลื่อนมือไปยึดสะโพกขาวแล้วสอดใส่เต็มแรงอย่างที่เข้าไปขยี้จุดด้านในของโยทุกครั้งจนร่างกายโยกระตุกเกร็งแล้วปล่อยออกมา


ผมขยับใส่อีกสองสามครั้งก็กดลึกเข้าไปด้านในแล้วปล่อยออกมาเช่นกัน ก่อนขยับกายตัวเองออกมาแล้วโยก็ทิ้งตัวลงนอนหลับไปบนเตียงทันที ผมหันไปมองแฝดพี่ที่เหมือนอารมณ์ยังค้างแล้วหัวเราะเบาๆ


“จะไปช่วยตัวเองในห้องน้ำ หรือจะต่ออีกยก” แมทขมวดคิ้วก้มมองตัวเองสลับกับโยที่หลับไปแล้ว ก่อนจะถอนหายใจ




วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

MY SOTUS :: Roguish [NC-100%]

พี่ว้ากตัวร้าย กับนายปีหนึ่ง ตอนที่ 32 ::  Roguish
---------------------------------------------------------------------




น่ารัก น่ารักไปทั้งตัว ยิ่งอ้อนยิ่งน่ารัก เรามาต่อกันเถอะนะ”

สิ้นเสียงพี่ติส เสียงร้องห้ามของผมก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายฉกฉวยริมฝีปากผมไปครอบครองอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรง ผมรู้สึกสมองขาวโพลน รู้สึกตัวล่องลอย

พี่ติสจับผมให้หันหน้าเข้าหาเข้าก่อนจะระดมจูบผมอย่างหนักหน่วง มือหนาเลื้อยเข้าไปในเสื้อนักศึกษาลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังผมก่อนที่จะเลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อผมอย่างรวดเร็ว

อื้อ” ผมร้องประท้วงเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ พี่ติสจึงละออกจากปากผม ผมก็รีบหอบเอาอากาศเข้าปอด แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจเมื่ออีกฝ่ายยังคงกดจูบลงมาย้ำๆก่อนจะเลื่อนไปจูบซับตามซอกคอ พร้อมทั้งขบเม้มจนผมคิดว่ามันคงเป็นรอยเป็นแน่แท้

อ๊ะ อ๊า” ผมร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อพี่ติสก้มลงไปครอบครองยอดอกสีชมพูของผม ลิ้นร้อนโลมเลีย ทั้งดูด ทั้งเม้มผลัดกันไปทั้งสองข้างจนผมรู้สึกเสี่ยวซ่านไปทั่วทั้งตัว ผมแอ่นอกให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเองอย่างไม่รู้สึกอาย ดวงตาปรือฉ่ำหวานหอบหายใจพร้อมทั้งครางออกมาแผ่วเบา

น่ารักที่สุดเลย” พี่ติสเลื่อนขึ้นมาจูบที่ปลายคางผมก่อนจะพึมพำออกมา ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาคล้องคอพี่ติสก่อนจะเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปจูบอีกฝ่ายอย่างเก้ๆกังๆ พี่ติสดูจะชะงักไปเพียงนิด แต่ก็โต้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วทันใจ ลิ้นร้อนของผมกับเขาเกี่ยวกวัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนเมื่อริมฝีปากผละออกจากกันก็เกิดน้ำสีใสไหลเยิ้มเป็นทาง

อึก อื้อ” ผมกอดคออีกฝ่ายแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงนิ้วเรียวของพี่ติสที่ลุกล้ำเข้ามาในช่องทางด้านหลัง นิ้วเรียวของเขาขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้า ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายปลดกางเกงผมตอนไหน รู้แค่ว่าตอนนี้ถ้าเพียงผมขยับลุกขึ้นกางเกงก็คงร่นลงไปกองที่พื้นได้ทันที

อ๊า...” ผมครางหวิวออกมาเมื่อพี่ติสเพิ่มนิ้วเข้าไปพร้อมทั้งขยับเพื่อขยายช่องทางแล้วปรับให้ผมคุ้นชิน แถมเขายังก้มลงมาดูดเม้มยอดอกผม ถ้าผมไม่ได้คล้องแขนไว้กับคอพี่ติส ผมคิดว่าผมคงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นห้องเป็นแน่แท้

อ๊ะ!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่ออีกฝ่ายดันผมให้ชันเข่ากับโซฟา แล้วมือหน้าก็ถลกกางเกงพร้อมอันเดอร์แวร์ลงลงไปกองที่เข่า ในจังหวะนั้นเองผมก็เห็นว่าอีกฝ่ายก็ปลดกางเกงของตัวเองพร้อมอาวุธคู่กายออกมาเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ผมมองมันนิ่ง พร้อมทั้งรู้สึกหน้าร้อนเห่ออย่างห้ามไม่อยู่

ลองใส่เองดูมั้ย” เสียงแหบพร่าของพี่ติสเอ่ยถามผม ผมจึงส่งค้อนวงโตให้เขาก่อนเม้มปากแน่นอย่างอดกลั้นอาการเขิน เสียงหัวเราะเบาๆของพี่ติสทำให้สติผมยิ่งเตลิดไปไกล สองมือของพี่ติสจับเข้าที่เอวผมก่อนจะค่อยดันผมให้นั่งลง

อ๊ะ อ๊า” ผมกอดคอพี่ติสแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อสิ่งแปลกปลอมของเขากำลังดันเข้ามาเรื่อยๆ ความรู้สึกแน่นคับ และอึดอัดทำให้ผมกัดริมฝีปากด้วยความเสียวแม้มันจะปนการเจ็บแปล๊บอยู่บ้างแต่ดูเหมือนความต้องการของผมจะมีมากกว่า

ฮึ่ม แน่นสุดๆ” เสียงของพี่ติสที่ดังข้างหูทำให้ผมอยากจะกัดคอเขาให้จริงๆ และดูเหมือนการกระทำจะไปเร็วกว่าความคิด ผมกัดเข้าไปที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย แม้จะไม่แรงมากนักแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายร้องซี้ดออกมา

อ๊ะ อ๊ะ อ๊า” ผมต้องรีบปล่อยไหล่อีกฝ่ายมันมีเมื่อพี่ติสเริ่มขยับสะโพกของเขาเนิบนาบ แต่มันกลับโดนจุดเร้าของผมจนผมรู้สึกเสียววูบ

หึหึ”

อ๊ะ...หะ หัวเราะ อื้อ.. อะ...ไรกัน” ผมถามออกมาเสียงกระท่อนกระแท่นตามจังหวะการขยับสะโพก พี่ติสเลื่อนหน้ามาสบตาผมที่กอดคอเขาไว้ นัยน์ตาที่มองสบมาทั้งหวานฉ่ำแล้วเต็มไปด้วยความรักทำให้ผมเม้มปากแน่น

รักนะครับ เด็กดื้อ!” จู่พี่ติสก็พูดออกมาพร้อมทั้งขยับเน้นๆ ผมซบหน้าไปกับไหล่หนาหลบสายตาและซ่อนใบหน้าที่แดงเถือกของตัวเอง

คนบ้า! ชอบมาบอกรักตอนฟิตเจอริ่งหรือไงกัน!

แล้วลาเต้ล่ะ” เสียงที่ถามข้างหู ทำให้ผมยิ่งก้มหน้าตัวเองให้จมหายไปกับไหล่หนา พร้อมทั้งพยักหน้าหงึกๆไปกับไหล่ เสียงหัวเราะพร้อมอ้อมกอดที่ประคองอยู่ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความรัก ความห่วงแหน

อ๊ะ จะ...ถึงแล้ว” ผมร้องครางบอกและอีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ร่างสูงพลิกตัวเองลงไปนอนกับโซฟาก่อนจะหยัดสะโพกลงมาอย่างหนักหน่วง

ฮึ่ม! อ๊า” เสียงของพี่ติสร้องในละคำอยู่เหนือร่างผมทำให้ผมรู้สึกหลงใหล บอดี้สุดฮอตนี้เป็นของผม ทั้งดวงตา ทั้งจมูก ทั้งริมฝีปากนี้ก็เป็นของผม รวมถึงหัวใจดวงนี้ด้วย

ผมเลื่อนมือขึ้นไปจับสองแก้มของพี่ติส ก่อนจะยกยิ้มหวานให้ พี่ติสเองที่มือข้างหนึ่งยันกับพนักโซฟา อีกข้างก็เลื่อนมาจับมือผมไว้ รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้เช่นเดียวกัน

รักพี่ติสเหมือนกันนะครับ” ผมพูดแผ่วเบาแต่หนักแน่น ร่างหนายิ้มให้พร้อมทั้งเร่งจังหวะหนักขึ้นจนร่างผมสั่นไหวไปตามแรง

อึก อ๊า” เสียงร้องอย่างสุขสมเมื่อได้รับการปลดปล่อย พี่ติสขยับอีกสองสามครั้งก็ปล่อยเข้ามาในตัวผม ความรู้สึกอุ่นวาบและความเหนียวเหนอะหนะดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรค สองร่างนอนหอบกอดกันอยู่บนโซฟาหลังจบบทรักอันนุ่มนวล

เอาออกไปได้แล้วพี่ติส ผมจะไปอาบน้ำ” ผมบอกพี่ติสที่กอดผมไว้ทั้งตัว พี่ติสดันตัวขึ้นขันศอกคร่อมร่างผมไว้ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์

ทำไมเหมือนรู้สึกว่ามันยังไม่จบแค่นี้ว่ะเนี้ย



กลับไปอ่านต่อได้ที่ :: http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1038710&chapter=36

วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

MY SOTUS :: Message [NC-100%]



“ขอนะครับ” 
.
.
.

เสียงขอปนอ้อนวอนของที่ติสทำให้ผมนอนใจสั่นอยู่ในอ้อมกอดของคนตรงหน้า แม้ผมจะเอ่ยห้ามตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วเมื่อมือหนาสอดเข้ามาในเสื้อกล้ามของผมพร้อมลูบไล้เอวผมจนรู้สึกวูบหวามไปทั่วตัว ริมฝีปากร้อนไล้จูบซับไปตามซอกคอและหลังหู ผมรู้สึกหวิว

“พะ พี่ติส อย่า แม่อยู่” ผมร้องครางห้ามเสียงเบาหวิว แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจผมแล้วด้วยซ้ำเมื่อยังคงลูบไล้ตัวผมแล้วก่อนที่ผมจะเอ่ยปากห้ามอีกครั้งก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อพี่ติสสะกิดยอดอกผม

“หึหึ” เสียงหัวเราะในลำคอของพี่ติสดังขึ้นข้างหูก่อนที่พี่ติสจะยกตัวเองขึ้นมองผม ผมนอนหอบหายใจเอียงหน้าหนีสายตาของพี่ติส

“รู้ตัวมั้ยว่าเราโคตรจะเซ็กซี่เวลาอยู่บนเตียง” เสียงพี่ติสแหบพร่าจนผมรู้สึกได้ ผมหลับตาแน่นเหมือนพี่ติสสอดมือเข้ามาในเสื้อใหม่อีกครั้งแล้วดึงเสื้อผมออกไปจากตัวอย่างรวดเร็วจนผมตกใจ พี่ติสก้มลงมาจูบผม ลิ้นที่สอดเข้ามาในโพรงปากทำให้ผมรู้สึกวาบหวิว

“อ๊ะ อ๊า...” แล้วผมก็ต้องร้องครางออกมาทันทีที่พี่ติสก้มลงไปตวัดลิ้นเลียที่ยอดอกข้างหนึ่ง ส่วนที่ข้างมือหนาก็สะกิดบีบเค้นจนผมตัวอ่อนปวกเปียกนอนหมดแรงห้ามใดๆ

พี่ติสเลื่อนจูบซับไปตามลำตัวลงไปถึงแอ่งสะดือ ลิ้นร้อนตวัดเลียเล่นในหลุมอย่างหลอกล้อจนผมต้องบิดตัวอย่างเสียวซ่านไม่ได้

พี่ติสยกตัวขึ้นถอดเสื้ออกแล้วเลื่อนมือมาดึงกางเกงผมออกพร้อมอันเดอร์แวร์ ผมตกใจหนีบขาพร้อมเอามือปิดอย่างเขินอาย แต่พี่ติสกลับใช้มือดันขาทั้งสองของผมแยกออกจากกัน

“อายทำไมเนี้ย เห็นมาหมดแล้ว” พี่ติสพูดด้วยรอยยิ้มหื่นๆ จนผมต้องกัดปากอย่างอดกลั้นความรู้สึก

พี่ติสดึงมือผมออกก่อนจะยื่นมือมารูดแก่นกายของเบาอย่างเบามือ แต่ความรู้สึกผมกลับพุ่งทะยานจนตัวเองรู้สึกเสียววูบในท้อง ได้แต่ร้องครวนครางเสียงหวานอย่างเบาหวิว

นี่เสียงกูครางได้หวิวขนาดนี้เลยหรอ

แล้วผมก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อปลายนิ้วหนาไล้วนอยู่ที่ช่องทางด้านหลัง พี่ติสยกตัวขึ้นมาจูบผมพร้อมๆกับสอดนิ้วเข้าไป ผมร้องครางทั้งๆที่ยังถูกปิดปาก

จากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว และสาม นิ้ว ผมรู้สึกเจ็บนิดๆแต่ก็พูด ออกไปไม่ได้เมื่อไม่ได้โอกาสได้พูด พี่ติสเองก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปจากผม สักพักนิ้วเรียวของพี่ติสก็เริ่มขยับจนผมรู้สึกเสียงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“อ๊ะ อ๊า อ๊ะ พะ พี่ติส อื้ออ...” ผมร้องครางพร้อมกับจิกเท้าลงบนเตียงอย่างคนทรมาน พี่ติสดึงนิ้วออกก่อนจะจับขาผมแยกออกจาก แท่งร้อนของพี่ติสที่จ่ออยู่ช่องทางด้านหลังผม ทำให้ผมอดที่จะกลัวไม่ได้

ครั้งที่แล้วเพราะเมา เลยกล้า แต่ครั้งนี้กูไม่ได้เมา แต่กูเสียว

“อ๊ะ อื้อ จะ เจ็บ พี่ติส...” ผมร้องเสียงดังเมื่อพี่ติสพยายามดันของเขาเข้ามา ผมปรือตามองพี่ติสแวบนึงก่อนจะเม้มปากแน่น

“เด็กน้อย อย่างเกร็งนะ พี่จะทำเบาๆนะครับ” พี่ติสโน้มตัวมากระซิบข้างหู ก่อนจะดันพรวดเข้ามาทีเดียว จนผมผวายกแขนกอดคอพี่ติสแน่น

ความรู้สึกแรกที่แตกต่างจากเดินไปนิดถึง จุกครับ

มันจุกจนผมพูดไม่ออก จุก และอึดอัด พร้อมๆกับร้อนไปทั่วทั้งตัว

“พะ พี่ติส” เสียงครางกระท่อนกระแท่น เมื่อพี่ติสขยับสะโพกรุนแรงขึ้นเรื่อย ผมรู้สึกเสี่ยวูบมือก็ปัดป่ายไปทั่วก่อนที่มือหนาจะเอื้อมาจับมือผมไว้แล้วจับมันสามประสานไปตามร่องนิ้วของผม ผมเงยหน้าปรือตามองพี่ติสตาหวานฉ่ำ

“อืม ลาเต้” เสียงครางของพี่ติสทำให้ผมรู้สึกดี ผมเองก็ร้องครางรับแรงของพี่ติสไปตามสัญชาติญาณ

“อ๊า แรง...แรงอีก พี่ติส อึก..” ผมร้องครางไม่เป็นศัพท์ พี่ติสขยับเน้นหนักจนร่างกายผมบิดเร้าเต็มไปด้วยความสยิว เสียวซ่าน

“อ๊ะ พี่ติส...จะ...จะถึง...อึ้ก แล้ว” ผมบอกคนที่ยังขยับกายอยู่บนตัวผม พี่ติสก็โน้มตัวลงมาจูบผม เขาสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวกวัดลิ้นผม ผมเองก็จิกเล็บลงบนไหล่หนาด้วยความเสียว

“พร้อมกันนะครับเด็กดีของพี่” เสียงทุ่มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะขยับเน้นๆก่อนจะปลดปล่อยออกมาในตัวผม ผมเองก็จิกเล็บลงบนไหล่หนาแล้วปลดปล่อยอกมาเลอะหน้าท้องของตัวเอง

“แฮ่ก...แฮ่ก” เสียงหอบหายใจของคนสองคนดังแข่งกัน ผมปรือตามองพี่ติสทั้งๆที่ตัวเองก็ใกล้จะหมดแรงแล้ว มือผมพยายามดันร่างหนาที่ยังกอดผมไว้ออกแต่พี่ตอสกลับขยับสะโพกเบาๆเป็นการตอบรับ

“พะ พอแล้ว พี่ติส” ผมร้องห้ามอย่างไร้เรี่ยวแรง พี่ติสมองผมก่อนจะเลียริมฝีปากอย่างเซ็กซี่

“พี่ยังไม่อิ่มเลย” พี่ติสพูดกับผมก่อนจะดึงของเขาออกช้าๆแต่แล้วกลับกดเข้ามาจนสุด จนผมแอ่นอกอย่างสยิวเมื่ออารมณ์ผมถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง

“พอแล้ว” ผมบอกอีกครั้งก่อนจะเม้มปากเน้นเมื่อพี่ติสยังคงขยับสะโพกลงมาเน้นๆหนักๆ จนผมเผลอขยับสะโพกตอบรับเขา

แล้วในเมื่อห้ามไปก็ไม่เป็นผม


ก็ก็ได้แต่นอนร้องครางเสียงหวานอยู่ใต้ร่างหนาของพี่ติสต่อสินะ


กลับไปอ่านต่อได้ที่ :: http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1038710&chapter=28

วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

MY SOTUS :: For The First Time [NC-100%]

พี่ว้ากตัวร้าย กับนายปีหนึ่ง ตอนที่ 22 :: For The First Time
-----------------------------------------------





“รักลาเต้นะครับ” ฟังคำว่ารักของพี่ติสมาหลายครั้ง แต่คงไม่มีครั้งใดที่จะทำให้ใจผมสั่นจนอ่อนระทวยให้กับร่างหนาที่คร่อมตัวผมอยู่

และก่อนทันตั้งตัวบทจูบแสนเร่าร้อนก็เร่มขึ้น ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาให้โพรงปากทำเอาผมเกือบหยุดหายใจ พี่ติสไล้ลิ้นไปทั่วโพรงปากเหมือนลิ้มรสของหวานก่อนจะหยอกล้อกับลิ้นของผมและดูดดุนลิ้นผมจนน้ำลายไหลลงมุมปาก

“อื้อ...” ผมร้องประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงมือหนาที่สอดเข้ามาในเสื้อเชิ้ตของผมก่อนจะเค้นคลึงยอดอกจนผมรู้สึกเสียวซ่าน

เสื้อเชิ้ตถูกมือหนากระชากออกไปเหมือนขัดใจแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัวก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อพี่ติสก้มลงมาครอบครองเม็ดสีชมพูบนยอดอกของผมข้างหนึ่ง พี่ติสดูดดุน จนมันตั้งขึ้น ส่วนอีกข้างก็มีมือหนาคอยปรนนิบัติเช่นกัน จนผมต้องแอ่นอกรับสัมผัสของพี่ติส

“อ๊ะ อ๊า!...” ผมร้องครางออกมาก่อนมือหนาลูบไล้แก่นกายของผมผ่านกางเกงที่ผมส่วนใหญ่ และก่อนที่จะทำอะไรพี่ติสก็กระชากกางเกงผมออกไปพร้อมอันเดอร์แวร์ผมออกห่างจากตัวแล้วโยนทิ้งไว้ข้างเตียง

พี่ติสจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของผมอยู่ครู่หนึ่งอย่างโลมเลียจนผมเขินอายและหันข้างหลบสายตา และผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆที่ดังขึ้น พอเหลือบตาไปมองก็ต้องหันขวับกลับมาเมื่อพี่ติสปลดเกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองพร้อมปลดเข็มขัดกางเกงแล้วถอดมันออกพร้อมอันเดอร์แวร์ของเขาอย่างเชื่องช้า

“รู้มันว่าตัวเองน่ารักขนาดไหน” พี่ติสกระซิบข้างหูผมพร้อมจูบลงบนไหล่ลาดเนียนของผม ผมมุดหน้าลงกับหมอนอย่างเขินอาย

พี่ติสจับผมมานอนหงายเหมือนเดิมก่อนจะจับผมแยกขาออกจากกันจนเผยให้เห็นช่องทางด้านหลังที่ยังไม่เคยมีใครรุุกล้ำ ผมเขินมากจนยกมือขึ้นปิดหน้า และนั่นดูจะทำให้พี่ติสพอใจเพราะพี่ติสหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะดึงขาผมให้เกี่ยวกวัดไว้ที่เอวสอบของตัวเอง

“อ๊ะ! พะ พี่ติส อย่า...อ๊ะ อ๊า” ก่อนที่จะทันตั้งตัว พี่ติสก็อ้าปากครอบครองแก่นกายออกผมพร้อมเลียส่วนปลายจนผมร้องห้ามพี่ติสเสียงไม่เป็นศัพท์ มันเสี่ยวสุดๆจนผมต้องจิกลบลงบนไหล่หนาของพี่ติส

ร่างสูงรูดขึ้นรูดลง เหมือนของของผมเป็นขนมหวานที่อีกฝ่ายพยายามระเลียดกินมัน ทั้งจูบซับทั้งยังใช้มือช่วยปรนเปรอจนความสุขสมแทบทะลั่ก

“อย่า..พี่ติส อ๊ะ ไม่นะ...อ๊า!” ผมทั้งร้องห้ามทั้งครางไม่เป็นภาษาและก่อนจะเกร็งสุดตัวแล้วปลดปล่อยออกมาในปากของพี่ติส และผมก็ต้องตกใจอีกรอบเหมือนพี่ติสกลืนทั้งหมดของผมลงคอ ผมนอนหอบหายใจมองหน้าพี่ติสที่เงยหน้ามามองหน้าผม ร่างสูงยืดตัวสูงขึ้นก่อนจะใช้นิ้วปาดมุมปากแล้วจ้องมองผมด้วยสายตาเร่าร้อน

“หวาน..หวานสมชื่อลาเต้”

“บะ…บ้า!” ผมร้องว่าก่อนหันหน้าหนีพี่ติส ให้ตายอย่างมาทำตัวเซ็กซี่อย่างนี้นะ

พี่ติสโน้มตัวลงมาจูบผมอีกรอบก่อนจะเลื่อนลงไปที่ซอกคอผมจูบเม้มเน้นนานสักพักจนผมรู้สึกเจ็บจี๊ดนิดๆ ผมรู้ได้ทันทีว่ามันต้องเป็นรอยแน่ๆ แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้ว พี่ติสลูบไล้เล้าโลมผมอีกครั้งจนผมมีอารมณ์และความต้องการก็พุ่งสูงขึ้น

“อ๊ะ! เจ็บ! พี่ติส! เต้เจ็บ!” ผมสะดุ้งเฮือกและเกือบจะกระเขิบตัวหนีทันทีที่นิ้วเรียวของพี่ติสแทรกเข้ามาในช่องทางด้านหลังแต่พี่ติสคว้าข้อมเท้าผมไว้ทัน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นเกือบทำให้ผมหมดอารมณ์และความต้องการทันที

“อย่าเกร็งนะเด็กดี พี่จะไม่ทำให้เด็กน้อยของพี่เจ็บนะครับ” พี่ติสโน้มตัวมาจูบผมคล้ายปลอบประโลมให้ผมหายเกร็งก่อนจะขยับนิ้วเรียวของตัวเองช้าๆจนผมรู้สึกเสียว

“อ๊ะ อ๊า...” ผมเผลอขยับสะโพกรับและร้องครางออกมา พี่ติสยิ้มพอใจแล้วเพิ่มนิ้วเป็นสองนิ้วสามนิ้วตามลำดับ นิ้วเรียวขยับเข้าออกเน้นๆจนผมปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง

“อ๊า!...แฮ่ก แฮ่ก” ผมร้องออกมาเหมือนปลดปล่อยออกมาเลอะหน้าท้องตัวเอง ผมหอยหายใจแรงแล้วเหลือบตามองอีกฝ่าย พี่ติสที่แยกขาผมกว้างขึ้นพร้อมเลียริมฝีปาก

“พี่ขอนะครับเด็กน้อย” พี่ติสพูดแค่นั้น ผมก็รู้สึกได้ถึงการรุกล้ำที่ช่องทางด้านหลัง แต่เพียงแต่พี่ติสขยับเข้ามาแค่นิดเดียว ผมก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บจนน้ำตาปริ่ม และสุดท้ายมันก็ไหลลงมาอาบแก้ม

“ไม่ร้องนะเด็กดีของพี่” พี่ติสเข้ามาได้แค่ครึ่งก็ต้องคาไว้แค่นั้นเมื่อเห็นผมร้องไห้ออกมา ผมพี่โน้มตัวลงมาจูบซับน้ำตาผมให้ผมหายกังวล และหายเจ็บ และก่อนจะทันตั้งตัว อีกติสก็กดลงมาทีเดียวจนมิดด้าม ผมผวายกแขนกอดคอพี่ติสแน่นทันที

“อ๊า! แน่นสุดๆ” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหูทำให้ผมต้องกัดลงบนไหล่หนาแรงๆอย่างเขินอาย พี่ติสร้องซี๊ดนิดๆก่อนจะหันมาหอมแก้มผม แล้วกระซิบแผ่วเบาว่า

“พี่ขยับนะ หายเจ็บหรือยัง” ผมผยักหน้านิดๆ เอวสอบของพี่ติสก็เริ่มขยับ จากช้าๆเนิบนาบก็เริ่มเร็วขึ้นจนผมร้องครางเสียงดัง

“อ๊ะ พะ พี่ติส อ๊า” ผมร้องได้แค่นั้นก็ส่ายหน้าไปมา ทั้งที่หัวสั่นคลอนเพราะแรงกระแทกกระทั้นของร่างหนาที่คร่อมร่างตัวเอง

“ซี๊ดด อย่ารัดแน่นสิ เดี๋ยวพี่ก็เสร็จก่อนหรอก” พี่ติสพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย แต่ผมนี่สิอาย ผมกัดริมฝีปากอย่างคนที่เสียวสุดๆ

“อ๊ะ พี่ติส แรง...แฮ่ก แรงอีก...เต้เสียว” พี่ติสชะงักกึกเหมือนตกใจ ผมหันไปสบตาพี่ติสอย่างเว้าวอน

“เมื่อกี้ลาเต้ว่าอะไรนะ” เสียงติดหอบของพี่ติสทำให้ผมร้องขัดใจ ก่อนจะพูดเสียงดังว่า

“เต้บอกว่าให้แรงอีก! เต้เสียว! ได้ยินมั้ย!!” พี่ติสยิ้มพอใจก่อนจะถอนออกไปเกือบสุดแล้วกระแทกลงมาย้ำๆตรงจุดเร้าจนผมร้องครวญครางอย่างสุขสมกับบทรักของพี่ติส

อารมณ์ผมพุ่งขึ้นจนถึงจุดสูงสุดพี่ติสก็หยุดขยับก่อนจะถอนของตัวเองออกไป แล้วจับผมให้คว่ำหน้าลง ผมแนบหน้าไปกับหมอนแล้วร้องครางเสียงหวานเหมือนเดิมเมื่อพี่ติสกดแก่นกายของตัวเองลงมารวดเดียวพร้อมขยับรวดเร็ว รุนแรง กระแทกจุดเร้าของผมเน้นๆ

“ดีมััยครับเด็กน้อย” พี่ติสโน้มตัวลงมาพูดข้างหูผม ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มผม แล้วเลื่อนไปจูบซับที่หลัง ผมเหลือบตามองหน้าพี่ติสที่มองผมหยุดด้วยสายตาหวานเยิ้ม ก่อนจะติดสินใจพูดว่า

“ดะ...ดีครับ...ลาเต้รักพี่ติสจัง” พี่ติสได้ยินก็ยิ้มกว้างก่อนจะจับเอวบางของผมแล้วกระแทกกระทั้นเน้นๆย้ำๆ

“อ๊า!” ผมร้องออกมาสุดเสียงพร้อมปลดปล่อยออกมาเลอะเต็มเตียง พร้อมๆกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ท้องน้อย

ผมทิ้งร่างนอนราบไปกับเตียงทันทีที่จบกิจกรรมแสนเร่าร้อน พี่ติสยังคงไม่ถอนแก่นกายออกไปจากตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงมาแนบกับร่างผมก่อนกระซิบข้างหูแผ่วเบาว่า

“พี่รัก รัก รักลาเต้มากเหมือนกัน...อีกรอบนะ”


แล้วอีกรอบของพี่ติสก็เริ่มขึ้นเมื่อผมสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนของพี่ติสที่อยู่ในตัวผม แล้วเอวสอบของร่างหนาเริ่มขยับอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...


กลับไปอ่านต่อได้ที่ :: http://my.dek-d.com/linjuk/story/viewlongc.php?id=1038710&chapter=26