พี่ว้ากตัวร้าย
กับนายปีหนึ่ง ตอนที่ 32 :: Roguish
---------------------------------------------------------------------
“น่ารัก น่ารักไปทั้งตัว
ยิ่งอ้อนยิ่งน่ารัก เรามาต่อกันเถอะนะ”
สิ้นเสียงพี่ติส
เสียงร้องห้ามของผมก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายฉกฉวยริมฝีปากผมไปครอบครองอย่างนุ่มนวล
อ่อนโยน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรง ผมรู้สึกสมองขาวโพลน รู้สึกตัวล่องลอย
พี่ติสจับผมให้หันหน้าเข้าหาเข้าก่อนจะระดมจูบผมอย่างหนักหน่วง
มือหนาเลื้อยเข้าไปในเสื้อนักศึกษาลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังผมก่อนที่จะเลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อผมอย่างรวดเร็ว
“อื้อ”
ผมร้องประท้วงเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ พี่ติสจึงละออกจากปากผม
ผมก็รีบหอบเอาอากาศเข้าปอด
แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจเมื่ออีกฝ่ายยังคงกดจูบลงมาย้ำๆก่อนจะเลื่อนไปจูบซับตามซอกคอ
พร้อมทั้งขบเม้มจนผมคิดว่ามันคงเป็นรอยเป็นแน่แท้
“อ๊ะ อ๊า”
ผมร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อพี่ติสก้มลงไปครอบครองยอดอกสีชมพูของผม
ลิ้นร้อนโลมเลีย ทั้งดูด ทั้งเม้มผลัดกันไปทั้งสองข้างจนผมรู้สึกเสี่ยวซ่านไปทั่วทั้งตัว
ผมแอ่นอกให้อีกฝ่ายทำตามใจตัวเองอย่างไม่รู้สึกอาย
ดวงตาปรือฉ่ำหวานหอบหายใจพร้อมทั้งครางออกมาแผ่วเบา
“น่ารักที่สุดเลย”
พี่ติสเลื่อนขึ้นมาจูบที่ปลายคางผมก่อนจะพึมพำออกมา
ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาคล้องคอพี่ติสก่อนจะเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปจูบอีกฝ่ายอย่างเก้ๆกังๆ
พี่ติสดูจะชะงักไปเพียงนิด แต่ก็โต้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วทันใจ
ลิ้นร้อนของผมกับเขาเกี่ยวกวัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
จนเมื่อริมฝีปากผละออกจากกันก็เกิดน้ำสีใสไหลเยิ้มเป็นทาง
“อึก อื้อ”
ผมกอดคออีกฝ่ายแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงนิ้วเรียวของพี่ติสที่ลุกล้ำเข้ามาในช่องทางด้านหลัง
นิ้วเรียวของเขาขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้า
ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายปลดกางเกงผมตอนไหน
รู้แค่ว่าตอนนี้ถ้าเพียงผมขยับลุกขึ้นกางเกงก็คงร่นลงไปกองที่พื้นได้ทันที
“อ๊า...”
ผมครางหวิวออกมาเมื่อพี่ติสเพิ่มนิ้วเข้าไปพร้อมทั้งขยับเพื่อขยายช่องทางแล้วปรับให้ผมคุ้นชิน
แถมเขายังก้มลงมาดูดเม้มยอดอกผม ถ้าผมไม่ได้คล้องแขนไว้กับคอพี่ติส
ผมคิดว่าผมคงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นห้องเป็นแน่แท้
“อ๊ะ!”
ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่ออีกฝ่ายดันผมให้ชันเข่ากับโซฟา แล้วมือหน้าก็ถลกกางเกงพร้อมอันเดอร์แวร์ลงลงไปกองที่เข่า
ในจังหวะนั้นเองผมก็เห็นว่าอีกฝ่ายก็ปลดกางเกงของตัวเองพร้อมอาวุธคู่กายออกมาเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว
ผมมองมันนิ่ง พร้อมทั้งรู้สึกหน้าร้อนเห่ออย่างห้ามไม่อยู่
“ลองใส่เองดูมั้ย”
เสียงแหบพร่าของพี่ติสเอ่ยถามผม ผมจึงส่งค้อนวงโตให้เขาก่อนเม้มปากแน่นอย่างอดกลั้นอาการเขิน
เสียงหัวเราะเบาๆของพี่ติสทำให้สติผมยิ่งเตลิดไปไกล
สองมือของพี่ติสจับเข้าที่เอวผมก่อนจะค่อยดันผมให้นั่งลง
“อ๊ะ อ๊า”
ผมกอดคอพี่ติสแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อสิ่งแปลกปลอมของเขากำลังดันเข้ามาเรื่อยๆ
ความรู้สึกแน่นคับ
และอึดอัดทำให้ผมกัดริมฝีปากด้วยความเสียวแม้มันจะปนการเจ็บแปล๊บอยู่บ้างแต่ดูเหมือนความต้องการของผมจะมีมากกว่า
“ฮึ่ม แน่นสุดๆ”
เสียงของพี่ติสที่ดังข้างหูทำให้ผมอยากจะกัดคอเขาให้จริงๆ
และดูเหมือนการกระทำจะไปเร็วกว่าความคิด ผมกัดเข้าไปที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย
แม้จะไม่แรงมากนักแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายร้องซี้ดออกมา
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า”
ผมต้องรีบปล่อยไหล่อีกฝ่ายมันมีเมื่อพี่ติสเริ่มขยับสะโพกของเขาเนิบนาบ
แต่มันกลับโดนจุดเร้าของผมจนผมรู้สึกเสียววูบ
“หึหึ”
“อ๊ะ...หะ หัวเราะ
อื้อ.. อะ...ไรกัน” ผมถามออกมาเสียงกระท่อนกระแท่นตามจังหวะการขยับสะโพก
พี่ติสเลื่อนหน้ามาสบตาผมที่กอดคอเขาไว้
นัยน์ตาที่มองสบมาทั้งหวานฉ่ำแล้วเต็มไปด้วยความรักทำให้ผมเม้มปากแน่น
“รักนะครับ
เด็กดื้อ!” จู่พี่ติสก็พูดออกมาพร้อมทั้งขยับเน้นๆ
ผมซบหน้าไปกับไหล่หนาหลบสายตาและซ่อนใบหน้าที่แดงเถือกของตัวเอง
คนบ้า!
ชอบมาบอกรักตอนฟิตเจอริ่งหรือไงกัน!
“แล้วลาเต้ล่ะ”
เสียงที่ถามข้างหู ทำให้ผมยิ่งก้มหน้าตัวเองให้จมหายไปกับไหล่หนา
พร้อมทั้งพยักหน้าหงึกๆไปกับไหล่
เสียงหัวเราะพร้อมอ้อมกอดที่ประคองอยู่ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความรัก ความห่วงแหน
“อ๊ะ จะ...ถึงแล้ว”
ผมร้องครางบอกและอีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ร่างสูงพลิกตัวเองลงไปนอนกับโซฟาก่อนจะหยัดสะโพกลงมาอย่างหนักหน่วง
“ฮึ่ม! อ๊า” เสียงของพี่ติสร้องในละคำอยู่เหนือร่างผมทำให้ผมรู้สึกหลงใหล
บอดี้สุดฮอตนี้เป็นของผม ทั้งดวงตา ทั้งจมูก ทั้งริมฝีปากนี้ก็เป็นของผม
รวมถึงหัวใจดวงนี้ด้วย
ผมเลื่อนมือขึ้นไปจับสองแก้มของพี่ติส
ก่อนจะยกยิ้มหวานให้ พี่ติสเองที่มือข้างหนึ่งยันกับพนักโซฟา อีกข้างก็เลื่อนมาจับมือผมไว้
รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้เช่นเดียวกัน
“รักพี่ติสเหมือนกันนะครับ”
ผมพูดแผ่วเบาแต่หนักแน่น
ร่างหนายิ้มให้พร้อมทั้งเร่งจังหวะหนักขึ้นจนร่างผมสั่นไหวไปตามแรง
“อึก อ๊า”
เสียงร้องอย่างสุขสมเมื่อได้รับการปลดปล่อย
พี่ติสขยับอีกสองสามครั้งก็ปล่อยเข้ามาในตัวผม
ความรู้สึกอุ่นวาบและความเหนียวเหนอะหนะดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรค
สองร่างนอนหอบกอดกันอยู่บนโซฟาหลังจบบทรักอันนุ่มนวล
“เอาออกไปได้แล้วพี่ติส
ผมจะไปอาบน้ำ” ผมบอกพี่ติสที่กอดผมไว้ทั้งตัว
พี่ติสดันตัวขึ้นขันศอกคร่อมร่างผมไว้ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์
ทำไมเหมือนรู้สึกว่ามันยังไม่จบแค่นี้ว่ะเนี้ย
กลับไปอ่านต่อได้ที่
:: http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1038710&chapter=36